วีซ่าคู่หมั้นออสเตรเลีย Prospective Marriage Visa Subclass 300
วางแผนจากการหมั้นหมายสู่การพำนักถาวรในออสเตรเลีย ดูแลโดย Registered Migration Agent
วีซ่าคู่หมั้นออสเตรเลีย (Prospective Marriage Visa): คู่มือ Subclass 300
Prospective Marriage Visa (Subclass 300) หรือ วีซ่าคู่หมั้นออสเตรเลีย เหมาะสำหรับคู่รักที่หมั้นหมายกันแล้ว โดยคู่หมั้นฝ่ายหนึ่งต้องเป็น พลเมืองออสเตรเลีย ผู้มีถิ่นพำนักถาวรในออสเตรเลีย หรือพลเมืองนิวซีแลนด์ที่มีคุณสมบัติตามเกณฑ์ และทั้งสองฝ่ายมีแผนที่จะแต่งงานกันในประเทศออสเตรเลีย
วีซ่า Prospective Marriage Visa (Subclass 300) อนุญาตให้ผู้ถือวีซ่าเดินทางเข้าประเทศออสเตรเลีย เพื่อสมรสกับคู่หมั้นภายในระยะเวลาที่กำหนดตามเงื่อนไขของวีซ่า และหลังจากสมรสแล้ว สามารถยื่นขอ Partner Visa เพื่อเข้าสู่กระบวนการขอพำนักถาวรในออสเตรเลีย หากมีคุณสมบัติครบถ้วนตามข้อกำหนดของ Department of Home Affairs
Australian Visas ให้คำแนะนำแก่คู่รักในการวางแผนเส้นทางการยื่นวีซ่าตั้งแต่เริ่มต้น ตั้งแต่การเลือกประเภทวีซ่าที่เหมาะสม การเตรียมเอกสาร และการวางแผนการยื่นคำขอ เพื่อให้กระบวนการจากการหมั้นหมายไปสู่การยื่นขอพำนักถาวรเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับข้อกำหนดของกฎหมายตรวจคนเข้าเมือง
วีซ่า Subclass 300 เหมาะสำหรับใครบ้าง?
Prospective Marriage Visa (Subclass 300) เหมาะสำหรับคู่รักที่หมั้นหมายกันแล้ว และมีแผนที่จะจัดพิธีสมรสในประเทศออสเตรเลีย
วีซ่าประเภทนี้ ไม่เหมาะ สำหรับคู่รักที่จดทะเบียนสมรสแล้ว หรือผู้ที่มีแผนจะแต่งงานในประเทศไทยก่อนย้ายไปออสเตรเลีย เนื่องจากในกรณีดังกล่าว การยื่น Partner Visa โดยตรงอาจเป็นทางเลือกที่เหมาะสมกว่า ทั้งนี้ การเลือกประเภทวีซ่าที่ไม่ตรงกับสถานการณ์ตั้งแต่เริ่มต้น อาจทำให้กระบวนการล่าช้า และในบางกรณีอาจจำเป็นต้องยื่นคำขอใหม่
Prospective Marriage Visa (Subclass 300) อาจเหมาะกับคุณ หาก
- คุณและคู่หมั้นชาวออสเตรเลียหมั้นหมายกันแล้ว แต่ยังไม่ได้จดทะเบียนสมรส
- คุณมีแผนที่จะจัดพิธีสมรสในประเทศออสเตรเลีย
- คู่หมั้นของคุณเป็นพลเมืองออสเตรเลีย ผู้มีถิ่นพำนักถาวรในออสเตรเลีย หรือพลเมืองนิวซีแลนด์ที่มีคุณสมบัติตามเกณฑ์
- ทั้งสองฝ่ายมีคุณสมบัติและมีสิทธิ์สมรสกันได้ตามกฎหมายของออสเตรเลีย
- คุณและคู่หมั้นเคยพบกันด้วยตนเองอย่างน้อย 1 ครั้ง หลังจากที่ทั้งสองฝ่ายมีอายุครบ 18 ปี
การประเมินคุณสมบัติของผู้สมัครจะพิจารณาจากข้อเท็จจริงและหลักฐานของแต่ละกรณี รวมถึงข้อกำหนดที่บังคับใช้ของ Department of Home Affairs ในขณะที่ยื่นคำขอวีซ่า
ระยะเวลาดำเนินการและสิ่งที่ควรคาดหวัง
Prospective Marriage Visa (Subclass 300) เป็นวีซ่าชั่วคราวที่อนุญาตให้ผู้ถือวีซ่าเดินทางเข้าประเทศออสเตรเลีย และโดยทั่วไปจะมีอายุ 9 เดือนนับจากวันที่เดินทางเข้าประเทศออสเตรเลีย ภายใต้เงื่อนไขของวีซ่า เพื่อให้คู่หมั้นสามารถสมรสกันภายในระยะเวลาที่กำหนด
Department of Home Affairs ไม่ได้กำหนดระยะเวลาการพิจารณาวีซ่าที่รับประกันไว้ โดยในปัจจุบันคำขอหลายกรณีอาจใช้เวลาพิจารณาประมาณ 12–26 เดือน ทั้งนี้ ระยะเวลาที่แท้จริงอาจแตกต่างกันไปในแต่ละคำขอ
Prospective Marriage Visa (Subclass 300)
เดินทางเข้าประเทศออสเตรเลียและจดทะเบียนสมรสกับคู่หมั้นภายในระยะเวลาที่กำหนดตามเงื่อนไขของวีซ่า
Partner Visa
เมื่อเดินทางเข้าประเทศออสเตรเลียและจดทะเบียนสมรสแล้ว ผู้ถือ Prospective Marriage Visa (Subclass 300) จะต้องยื่นขอ Partner Visa เพื่อดำเนินการเข้าสู่กระบวนการขอพำนักถาวรในออสเตรเลีย หากมีคุณสมบัติครบถ้วนตามกฎหมาย
ดังนั้น Subclass 300 จึงเป็น ขั้นตอนแรกของกระบวนการยื่นวีซ่า 2 ขั้นตอน (Two-stage Visa Pathway) และ ไม่ได้เป็นวีซ่าที่ให้สิทธิ์พำนักถาวรโดยตรง
ควรแต่งงานที่ประเทศไทยหรือออสเตรเลีย? เหตุใดการตัดสินใจนี้จึงสำคัญ
หนึ่งในคำถามที่คู่รักสอบถาม Australian Visas บ่อยที่สุด คือ ควรจดทะเบียนสมรสที่ประเทศไทยก่อนยื่นวีซ่า หรือควรรอไปแต่งงานที่ประเทศออสเตรเลียภายใต้ Prospective Marriage Visa (Subclass 300)?
คำตอบขึ้นอยู่กับสถานการณ์ของแต่ละคู่ เนื่องจากการเลือกแนวทางตั้งแต่เริ่มต้นอาจส่งผลต่อ ระยะเวลาการดำเนินการ ค่าใช้จ่าย และประเภทของวีซ่าที่สามารถยื่นได้
โดยทั่วไป มีข้อพิจารณาดังนี้
แต่งงานที่ประเทศไทยก่อน
ยื่น Partner Visaหากจดทะเบียนสมรสในประเทศไทยก่อน ผู้สมัครจะไม่มีคุณสมบัติยื่น Prospective Marriage Visa (Subclass 300) อีกต่อไป และโดยทั่วไปจะต้องพิจารณายื่น Partner Visa แทน
แต่งงานที่ประเทศออสเตรเลีย
Subclass 300 → Partner Visa (Onshore)หากเดินทางไปสมรสในประเทศออสเตรเลียภายใต้ Subclass 300 หลังจากจดทะเบียนสมรสแล้ว ผู้ถือวีซ่าสามารถยื่น Partner Visa ภายในประเทศออสเตรเลีย (Onshore) ได้ หากมีคุณสมบัติตามข้อกำหนด ซึ่งในหลายกรณีผู้สมัครอาจได้รับสิทธิ์อยู่ในออสเตรเลียระหว่างรอผลการพิจารณาตามเงื่อนไขของกฎหมายตรวจคนเข้าเมือง
สถานการณ์ซับซ้อน
พิจารณาเป็นรายกรณีสำหรับคู่รักที่มีสถานการณ์ซับซ้อน เช่น เคยสมรสมาก่อน มีบุตร มีอายุห่างกันมาก หรือมีระยะเวลาความสัมพันธ์ค่อนข้างสั้น การเลือกประเภทวีซ่าที่เหมาะสมควรพิจารณาจากข้อเท็จจริงของแต่ละกรณี โดย Partner Visa อาจเป็นทางเลือกที่เหมาะสมกว่าในบางสถานการณ์ ไม่ว่าจะเลือกสมรสที่ประเทศไทยหรือประเทศออสเตรเลีย
Australian Visas จะประเมินข้อมูลและสถานการณ์ของคู่รักในภาพรวมก่อนให้คำแนะนำเกี่ยวกับแนวทางการยื่นวีซ่า เพื่อช่วยให้ผู้สมัครเข้าใจทางเลือกที่มี และสามารถตัดสินใจได้โดยอาศัยข้อมูลที่ครบถ้วน ทั้งนี้ การอนุมัติวีซ่ายังคงขึ้นอยู่กับการพิจารณาของ Department of Home Affairs และข้อเท็จจริงของแต่ละคำขอ
Australian Visas ช่วยดูแลการยื่นคำขอของคุณอย่างไร
แม้ว่าผู้สมัคร Prospective Marriage Visa (Subclass 300) จะยังไม่ได้จดทะเบียนสมรส แต่ผู้สมัครยังคงต้องแสดงหลักฐานว่าความสัมพันธ์เป็นความสัมพันธ์ที่แท้จริงและดำเนินต่อเนื่อง โดย Department of Home Affairs จะพิจารณาหลักฐานใน 4 ด้านหลักเช่นเดียวกับ Partner Visa ได้แก่
ด้านการเงิน (Financial Aspects)
ด้านการได้รับการยอมรับจากสังคม (Social Aspects)
ลักษณะการใช้ชีวิตร่วมกัน (Nature of the Household)
ความมุ่งมั่นต่อความสัมพันธ์ (Nature of Commitment)
บริการของ Australian Visas สำหรับ Prospective Marriage Visa (Subclass 300)
- ประเมินคุณสมบัติและแนะนำแนวทางการยื่นวีซ่าที่เหมาะสมก่อนยื่นคำขอ
- ให้คำแนะนำในการจัดเตรียมหลักฐานความสัมพันธ์ให้ครอบคลุมทั้ง 4 ด้านตามเกณฑ์การพิจารณาของ Department of Home Affairs
- ช่วยจัดเตรียม Statutory Declarations สำหรับทั้งผู้สมัครและผู้สนับสนุน (Australian Sponsor)
- ให้คำแนะนำเกี่ยวกับหลักฐานทางการเงินและเอกสารที่ผู้สนับสนุนควรจัดเตรียม
- ประสานงานเกี่ยวกับการขอหนังสือรับรองประวัติอาชญากรรม (Police Clearances) การตรวจสุขภาพ และการเก็บข้อมูลชีวมิติ (Biometrics)
- ยื่นคำขอผ่านระบบออนไลน์ และให้การติดตามความคืบหน้าของคำขอตลอดกระบวนการพิจารณาจนกว่าจะมีผลการพิจารณา
ลูกค้าจำนวนมากเลือกใช้บริการ Australian Visas เนื่องจากเราให้ความสำคัญกับการเตรียมคำขออย่างละเอียด รอบคอบ และมีประสบการณ์ในการดูแลคดีวีซ่าสำหรับคู่รักไทย–ออสเตรเลีย พร้อมให้คำแนะนำที่เหมาะสมกับสถานการณ์ของแต่ละคู่ ทั้งนี้ การอนุมัติวีซ่ายังคงขึ้นอยู่กับการพิจารณาของ Department of Home Affairs และข้อเท็จจริงของแต่ละคำขอ
หากต้องการศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมก่อนเข้ารับคำปรึกษา คุณสามารถดูรายละเอียดเกี่ยวกับ ประเภทวีซ่า และ ค่าบริการ ของเรา เพื่อช่วยวางแผนการยื่นคำขอได้อย่างเหมาะสม
เริ่มวางแผนเส้นทางการยื่น Marriage Visa ของคุณ
Prospective Marriage Visa (Subclass 300) เป็นเพียงขั้นตอนแรกของกระบวนการยื่นวีซ่าเพื่อการใช้ชีวิตร่วมกันในประเทศออสเตรเลีย ดังนั้น การวางแผนเส้นทางการยื่นวีซ่าให้เหมาะสมตั้งแต่เริ่มต้น จะช่วยให้คุณเข้าใจขั้นตอนที่เกี่ยวข้อง ลดความล่าช้าที่อาจเกิดขึ้น และเตรียมเอกสารได้อย่างมีประสิทธิภาพ
Australian Visas ให้คำปรึกษาและดูแลคู่รักที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยและประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาค ผ่านสำนักงานของเราในประเทศไทย โดยให้คำแนะนำเกี่ยวกับการเลือกประเภทวีซ่าที่เหมาะสม การเตรียมเอกสาร และขั้นตอนการยื่นคำขอตามข้อกำหนดของ Department of Home Affairs
พร้อมเริ่มต้นแล้วหรือยัง?
พูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญด้าน Marriage Visa ของ Australian Visas วันนี้ เพื่อประเมินแนวทางการยื่นวีซ่าที่เหมาะสมกับสถานการณ์ของคุณ
คำถามที่พบบ่อย (FAQs)
สามารถทำงานในออสเตรเลียด้วย Prospective Marriage Visa ได้หรือไม่?
ได้ ผู้ถือ Prospective Marriage Visa (Subclass 300) มีสิทธิ์ทำงานและศึกษาในประเทศออสเตรเลียได้ตั้งแต่วันที่วีซ่ามีผลบังคับใช้ โดยทั่วไป ไม่มีข้อจำกัดเกี่ยวกับนายจ้างหรือประเภทของอุตสาหกรรม ที่สามารถทำงานได้ ทั้งนี้ ผู้ถือวีซ่าควรตรวจสอบเงื่อนไขที่ระบุใน Visa Grant Notice ของตนเองเพื่อยืนยันสิทธิ์และเงื่อนไขที่ใช้บังคับ
ผู้ถือวีซ่าหลายรายใช้ช่วงเวลานี้ในการปรับตัวเข้ากับการใช้ชีวิตในออสเตรเลีย สร้างประสบการณ์การทำงานในประเทศ และเตรียมความพร้อมสำหรับการสมรส รวมถึงการยื่นขอ Partner Visa ซึ่งเป็นขั้นตอนถัดไปของกระบวนการขอพำนักถาวรในออสเตรเลีย
ทั้งนี้ การได้รับสิทธิ์พำนักถาวรไม่ได้เกิดขึ้นโดยอัตโนมัติ ผู้สมัครจะต้องยื่นคำขอ Partner Visa และมีคุณสมบัติครบถ้วนตามข้อกำหนดของ Department of Home Affairs
หากไม่ได้จดทะเบียนสมรสภายในระยะเวลา 9 เดือน จะเกิดอะไรขึ้น?
หากผู้ถือ Prospective Marriage Visa (Subclass 300) ไม่ได้จดทะเบียนสมรสภายในระยะเวลาที่กำหนดตามเงื่อนไขของวีซ่า โดยทั่วไปวีซ่าจะสิ้นสุดลง และผู้ถือวีซ่าจะต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขของวีซ่าและกฎหมายตรวจคนเข้าเมืองของออสเตรเลีย
โดยทั่วไป ไม่สามารถขอขยายระยะเวลาของ Subclass 300 ได้
หากไม่สามารถสมรสได้ตามกำหนดเนื่องจากเหตุผลอันสมควร เช่น ปัญหาสุขภาพหรือเหตุการณ์สำคัญในครอบครัว ควรขอคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายตรวจคนเข้าเมืองโดยเร็วที่สุด เพื่อประเมินว่ามีทางเลือกในการยื่นวีซ่าประเภทอื่นที่เหมาะสมหรือไม่ ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงของแต่ละกรณี
ผู้สมัครชาวไทยต้องสอบภาษาอังกฤษหรือไม่?
ไม่จำเป็น
การยื่น Prospective Marriage Visa (Subclass 300) ไม่มีข้อกำหนดให้ผู้สมัครต้องสอบภาษาอังกฤษ
อย่างไรก็ตาม เมื่อยื่นขอ Partner Visa ในขั้นตอนถัดไป หากผู้สมัครหรือผู้สนับสนุนไม่มีระดับภาษาอังกฤษตามเกณฑ์ที่กำหนดในขณะนั้น อาจมีภาระในการชำระ Second Visa Application Charge (SVAC) ตามข้อกำหนดของ Department of Home Affairs
จำนวนค่าธรรมเนียมดังกล่าวอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ จึงควรตรวจสอบอัตราล่าสุดก่อนยื่นคำขอ
สามารถรวมบุตรในคำขอ Subclass 300 ได้หรือไม่?
ได้
โดยทั่วไป บุตรที่อยู่ในอุปการะซึ่งมีอายุต่ำกว่า 23 ปี หรือ บุตรที่อยู่ในอุปการะซึ่งมีความพิการ (โดยไม่จำกัดอายุ) อาจสามารถรวมเป็นผู้สมัครร่วม (Secondary Applicant) ในคำขอ Prospective Marriage Visa (Subclass 300) ได้ หากมีคุณสมบัติตามข้อกำหนดของกฎหมาย
บุตรทุกคนที่รวมอยู่ในคำขอจะต้องผ่านการพิจารณาด้าน
- สุขภาพ (Health Requirement)
- ความประพฤติ (Character Requirement) หากเข้าเกณฑ์ที่กำหนด
ทั้งนี้ จะมีค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมสำหรับผู้สมัครร่วมแต่ละราย
เมื่อวีซ่าได้รับอนุมัติ บุตรที่รวมอยู่ในคำขอจะได้รับสิทธิ์และเงื่อนไขของวีซ่าตามที่กำหนด ซึ่งอาจรวมถึงสิทธิ์ในการศึกษาและการทำงานในประเทศออสเตรเลีย ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามเงื่อนไขของวีซ่าที่ได้รับ
จำเป็นต้องตรวจสุขภาพสำหรับ Marriage Visa หรือไม่?
จำเป็น
ผู้สมัคร Prospective Marriage Visa (Subclass 300) ทุกคนจะต้องเข้ารับการตรวจสุขภาพกับสถานพยาบาลหรือแพทย์ที่ได้รับการแต่งตั้งจาก Department of Home Affairs (Panel Physician)
สำหรับผู้สมัครในประเทศไทย การตรวจสุขภาพโดยทั่วไปสามารถดำเนินการได้กับสถานพยาบาลที่ได้รับการรับรองในกรุงเทพมหานคร
การตรวจสุขภาพมาตรฐานอาจประกอบด้วย
- การเอกซเรย์ทรวงอก (Chest X-ray)
- การตรวจร่างกายทั่วไป
- การตรวจเพิ่มเติมอื่น ๆ ตามอายุ ประวัติสุขภาพ หรือข้อกำหนดของ Department of Home Affairs
หากมีผู้สมัครร่วม เช่น บุตรที่อยู่ในอุปการะ ผู้สมัครร่วมดังกล่าวจะต้องเข้ารับการตรวจสุขภาพตามข้อกำหนดเช่นเดียวกัน
หมายเหตุ: การให้คำปรึกษาและการจัดเตรียมคำขอวีซ่าช่วยให้ผู้สมัครมีความพร้อมมากขึ้น แต่ไม่สามารถรับประกันผลการอนุมัติวีซ่าหรือระยะเวลาการพิจารณาได้ เนื่องจากการพิจารณาวีซ่าเป็นอำนาจของ Department of Home Affairs โดยพิจารณาจากข้อเท็จจริงและหลักฐานของผู้สมัครแต่ละราย ค่าธรรมเนียมและระยะเวลาพิจารณาที่ระบุอาจเปลี่ยนแปลงได้
CONTACT US