Partner Visa ออสเตรเลีย วีซ่าคู่สมรสและคู่รัก
ยื่น Subclass 820/801 และ 309/100 จากประเทศไทย ดูแลโดย Registered Migration AgentPartner Visa ประเทศออสเตรเลีย: วีซ่าคู่สมรสและคู่รักโดยพฤตินัย (Spouse & De Facto)
Partner Visa ของออสเตรเลีย เปิดรับผู้สมัครที่มีความสัมพันธ์ในฐานะ คู่สมรส (Married Couple) หรือ คู่รักโดยพฤตินัย (De Facto Partner) กับผู้ที่เป็นพลเมืองออสเตรเลีย ผู้มีถิ่นที่อยู่ถาวรในออสเตรเลีย (Australian Permanent Resident) หรือผู้ถือสัญชาตินิวซีแลนด์ที่มีคุณสมบัติตามที่กฎหมายกำหนด (Eligible New Zealand Citizen)
วีซ่าประเภทนี้เป็นช่องทางในการเปลี่ยนสถานะจาก วีซ่าชั่วคราวไปสู่การได้รับถิ่นที่อยู่ถาวร (Permanent Residency) โดยสามารถยื่นคำขอได้ทั้ง ภายในประเทศออสเตรเลีย (Onshore) และ จากนอกประเทศออสเตรเลีย (Offshore) ตามคุณสมบัติของผู้สมัคร
เราให้บริการด้านการยื่น Partner Visa อย่างเป็นระบบ พร้อมคำแนะนำที่ชัดเจนในทุกขั้นตอน เพื่อช่วยให้การเตรียมเอกสารมีความครบถ้วน ลดความเสี่ยงจากการถูกปฏิเสธวีซ่า และเพิ่มความมั่นใจตลอดกระบวนการยื่นคำขอ
ใครบ้างที่มีคุณสมบัติในการสมัคร Partner Visa?
Partner Visa ของออสเตรเลียรองรับความสัมพันธ์ 2 รูปแบบ ได้แก่ คู่สมรสที่จดทะเบียนสมรส (Registered Marriage) และ คู่รักโดยพฤตินัย (De Facto Relationship)
สำหรับคู่รักโดยพฤตินัย โดยทั่วไปจะต้องแสดงหลักฐานว่าได้ใช้ชีวิตร่วมกันอย่างต่อเนื่องเป็นเวลา อย่างน้อย 12 เดือน ก่อนยื่นคำขอวีซ่า เว้นแต่ความสัมพันธ์นั้นได้รับการจดทะเบียนอย่างถูกต้องตามกฎหมายของรัฐหรือดินแดน (State/Territory) ในประเทศออสเตรเลีย ซึ่งอาจได้รับการยกเว้นจากข้อกำหนดดังกล่าว ทั้งนี้ การพิจารณาเป็นไปตามกฎหมายและนโยบายตรวจคนเข้าเมืองที่เกี่ยวข้อง
คู่รักเพศเดียวกัน (Same-sex Couples) มีสิทธิสมัครภายใต้หลักเกณฑ์เดียวกับคู่รักต่างเพศ
ผู้สนับสนุน (Sponsor) ของคุณจะต้องเป็น พลเมืองออสเตรเลีย (Australian Citizen), ผู้มีถิ่นที่อยู่ถาวรในออสเตรเลีย (Australian Permanent Resident) หรือ ผู้ถือสัญชาตินิวซีแลนด์ที่มีคุณสมบัติตามที่กฎหมายกำหนด (Eligible New Zealand Citizen) และต้องมีคุณสมบัติในการเป็นผู้สนับสนุนตามข้อกำหนดของกระทรวงมหาดไทยออสเตรเลีย
ช่องทางการยื่น Partner Visa: ภายในออสเตรเลีย (Onshore) และนอกประเทศออสเตรเลีย (Offshore)
การยื่น Partner Visa ประเทศออสเตรเลีย แบ่งออกเป็น 2 ช่องทางหลัก โดยพิจารณาจากสถานที่ที่ผู้สมัครพำนักอยู่ในวันที่ยื่นคำขอวีซ่า ได้แก่ การยื่นภายในประเทศออสเตรเลีย (Onshore) และ การยื่นจากนอกประเทศออสเตรเลีย (Offshore)
Partner Visa Subclass 820/801
ONSHORE – ยื่นภายในประเทศออสเตรเลียสำหรับผู้ที่อยู่ในประเทศออสเตรเลียในวันที่ยื่นคำขอวีซ่า
- Subclass 820 เป็นวีซ่าชั่วคราว (Temporary Partner Visa) ที่อนุญาตให้ผู้ถือวีซ่าอาศัย ทำงาน และโดยทั่วไปสามารถศึกษาต่อในประเทศออสเตรเลียได้ในระหว่างที่รอการพิจารณาวีซ่าถาวร
- ผู้สมัครจะยื่นคำขอ Subclass 820 และ Subclass 801 พร้อมกันในใบสมัครเดียว (Combined Application)
- หลังจากได้รับ Subclass 820 แล้ว กระทรวงมหาดไทยออสเตรเลีย (Department of Home Affairs) จะประเมินความสัมพันธ์อีกครั้ง โดยทั่วไปประมาณ 2 ปี หลังจากวันที่ยื่นคำขอ เพื่อพิจารณาการให้ Permanent Partner Visa (Subclass 801) หากยังคงมีคุณสมบัติครบถ้วน
- ระยะเวลาพิจารณาของ Subclass 820 อาจแตกต่างกันในแต่ละราย และข้อมูลล่าสุดระบุว่าผู้สมัครส่วนใหญ่ใช้เวลาประมาณ 20–30 เดือน ทั้งนี้ ระยะเวลาดังกล่าวอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามข้อมูลของ Department of Home Affairs
Partner Visa Subclass 309/100
OFFSHORE – ยื่นจากนอกประเทศออสเตรเลียสำหรับผู้ที่อยู่นอกประเทศออสเตรเลียในวันที่ยื่นคำขอวีซ่า
- Subclass 309 เป็นวีซ่าชั่วคราว ซึ่งเมื่อได้รับอนุมัติแล้ว ผู้ถือวีซ่าสามารถเดินทางเข้าประเทศออสเตรเลีย และพำนักอยู่กับคู่สมรสหรือคู่รักได้
- Subclass 100 เป็นวีซ่าถาวร (Permanent Partner Visa) ซึ่งโดยทั่วไปจะได้รับการพิจารณาประมาณ 2 ปี หลังจากการยื่นคำขอ เมื่อกระทรวงมหาดไทยยืนยันว่าความสัมพันธ์ยังคงเป็นความสัมพันธ์ที่แท้จริงและดำเนินต่อเนื่อง (Genuine and Continuing Relationship)
- ผู้สมัครจะยื่นคำขอ Subclass 309 และ Subclass 100 พร้อมกันในใบสมัครเดียว ไม่ว่าผู้สมัครจะยื่นจากประเทศใดก็ตาม
จากวีซ่าชั่วคราวสู่การได้รับถิ่นที่อยู่ถาวร (Permanent Residency)
ไม่ว่าจะยื่น Partner Visa ภายในประเทศออสเตรเลีย (Onshore) หรือ จากนอกประเทศออสเตรเลีย (Offshore) กระบวนการโดยทั่วไปจะดำเนินใน 2 ขั้นตอน ได้แก่ วีซ่าชั่วคราว (Temporary Partner Visa) และวีซ่าถาวร (Permanent Partner Visa)
วีซ่าชั่วคราว (Subclass 820 หรือ 309)
ในช่วงที่ถือวีซ่าชั่วคราว ผู้ถือวีซ่าโดยทั่วไปสามารถอาศัย ทำงาน ศึกษา และเข้าถึงระบบประกันสุขภาพของออสเตรเลีย Medicare ได้ หากมีสิทธิ์ตามเงื่อนไขของวีซ่าและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
วีซ่าถาวร (Subclass 801 หรือ 100)
เมื่อครบระยะเวลาที่กำหนด ซึ่งโดยทั่วไปประมาณ 2 ปี หลังจากการยื่นคำขอ กระทรวงมหาดไทยออสเตรเลีย (Department of Home Affairs) จะประเมินความสัมพันธ์อีกครั้ง เพื่อพิจารณาว่าผู้สมัครมีคุณสมบัติในการได้รับ วีซ่าถาวร (Permanent Residency) หรือไม่ โดยพิจารณาจากหลักฐานที่แสดงว่าความสัมพันธ์ยังคงเป็นความสัมพันธ์ที่แท้จริงและดำเนินต่อเนื่อง (Genuine and Continuing Relationship)
ปัจจุบัน ระยะเวลาพิจารณาของ Partner Visa Subclass 820/801 และ Partner Visa Subclass 309/100 อาจใช้เวลาค่อนข้างนานเมื่อเทียบกับวีซ่าประเภทอื่นของออสเตรเลีย ดังนั้น การเตรียมหลักฐานความสัมพันธ์ให้ครบถ้วนและจัดเก็บเอกสารอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เริ่มต้น จะช่วยให้การยื่นหลักฐานเพิ่มเติมในขั้นตอนการประเมินวีซ่าถาวรเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและเป็นระบบมากยิ่งขึ้น
Australian Visas ดูแลการยื่นคำขอ Partner Visa ของคุณอย่างไร
การยื่น Partner Visa ของออสเตรเลีย จำเป็นต้องจัดเตรียมหลักฐานและเอกสารให้ครบถ้วนตามข้อกำหนดของ Department of Home Affairs สาเหตุที่คำขอบางกรณีอาจเกิดความล่าช้า ได้รับการขอเอกสารเพิ่มเติม หรือถูกปฏิเสธ อาจเกิดจากหลักฐานความสัมพันธ์ที่ไม่เพียงพอ เอกสาร Statutory Declaration ที่ไม่สมบูรณ์ ข้อมูลลำดับเหตุการณ์ (Relationship Timeline) ที่ไม่สอดคล้องกัน หรือหลักฐานทางการเงินที่จัดเตรียมไว้ไม่ชัดเจน
Australian Visas ให้บริการดูแลและประสานงานตลอดกระบวนการยื่นคำขอ เพื่อช่วยให้การเตรียมเอกสารเป็นไปอย่างเป็นระบบ และสอดคล้องกับข้อกำหนดของ Department of Home Affairs ทั้งนี้ การอนุมัติวีซ่าขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงของแต่ละกรณีและดุลยพินิจของ Department of Home Affairs
บริการของเราครอบคลุม
- การประเมินคุณสมบัติเบื้องต้นตามหลักเกณฑ์ปัจจุบันของ Department of Home Affairs
- การให้คำแนะนำและจัดเตรียมหลักฐานความสัมพันธ์ใน 4 ด้านที่ใช้ประกอบการพิจารณา ได้แก่
- หลักฐานด้านการเงิน (Financial)
- หลักฐานการใช้ชีวิตร่วมกัน (Household)
- หลักฐานด้านสังคม (Social)
- หลักฐานที่แสดงถึงความมุ่งมั่นในความสัมพันธ์ (Commitment)
- การจัดทำและเรียบเรียง Statutory Declaration สำหรับทั้งผู้สมัครและผู้สนับสนุน (Sponsor)
- การให้คำแนะนำและประสานงานเกี่ยวกับการเก็บข้อมูลชีวมิติ (Biometrics) การตรวจสุขภาพ (Health Examination) การขอใบรับรองความประพฤติ (Police Clearance) และการดำเนินการเกี่ยวกับผู้สนับสนุน (Sponsor) ตามลำดับขั้นตอนที่เหมาะสม
- การยื่นคำขอวีซ่าออนไลน์ และติดตามความคืบหน้าของคำขอตลอดกระบวนการพิจารณา
ไม่ว่าคุณจะยื่นผ่าน Partner Visa Subclass 820/801 (Onshore) หรือ Partner Visa Subclass 309/100 (Offshore) มาตรฐานของหลักฐานที่ใช้ประกอบการพิจารณาจะอยู่ภายใต้หลักเกณฑ์เดียวกัน ดังนั้น การเตรียมคำขออย่างรอบคอบ ครบถ้วน และมีหลักฐานที่ชัดเจน จึงเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้กระบวนการพิจารณาเป็นไปอย่างราบรื่นมากยิ่งขึ้น
ก่อนเริ่มดำเนินการ คุณสามารถศึกษารายละเอียดของประเภทวีซ่าที่เราให้บริการ รวมถึงค่าบริการ เพื่อประกอบการตัดสินใจก่อนเข้ารับการปรึกษาเบื้องต้น
การยื่น Partner Visa จากนอกประเทศออสเตรเลีย
ผู้ที่พำนักอยู่นอกประเทศออสเตรเลียสามารถยื่นคำขอ Partner Visa ได้จากทุกประเทศ เนื่องจากกระบวนการยื่นคำขอดำเนินการผ่านระบบออนไลน์ทั้งหมด ดังนั้น สถานที่พำนักของผู้สมัครจึงไม่เป็นอุปสรรคต่อการเริ่มต้นยื่นคำขอ หากผู้สมัครมีคุณสมบัติตรงตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด
Australian Visas ให้บริการแก่ผู้สมัครที่อาศัยอยู่ในหลายประเทศทั่วโลก รวมถึงภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ยุโรป และประเทศอื่น ๆ โดยสำนักงานในประเทศไทยให้บริการดูแลและประสานงานสำหรับลูกค้าที่พำนักอยู่ในประเทศไทย
ไม่ว่าคุณจะยื่นผ่าน Partner Visa Subclass 309/100 (Offshore) หรือ Partner Visa Subclass 820/801 (Onshore) หลักฐานประกอบการพิจารณาความสัมพันธ์ที่กำหนดโดย Department of Home Affairs จะใช้มาตรฐานเดียวกัน โดยพิจารณาจากหลักฐานที่แสดงว่าความสัมพันธ์เป็นความสัมพันธ์ที่แท้จริงและดำเนินต่อเนื่อง (Genuine and Continuing Relationship)
ทีมงานของเราให้คำแนะนำในการเตรียมเอกสารและหลักฐานตามหลักเกณฑ์เดียวกันสำหรับทั้งการยื่นจากภายในและภายนอกประเทศออสเตรเลีย เพื่อช่วยให้ผู้สมัครสามารถจัดเตรียมคำขอได้อย่างครบถ้วนและเป็นระบบ
ต้องการทราบว่าคุณมีคุณสมบัติในการสมัคร Partner Visa หรือไม่?
นัดหมายเพื่อรับคำปรึกษาเบื้องต้นกับทีมงานของเรา เพื่อประเมินคุณสมบัติและรับคำแนะนำที่เหมาะสมกับสถานการณ์ของคุณก่อนเริ่มดำเนินการ
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Partner Visa Australia (Partner Visa FAQs)
สามารถยื่น Partner Visa ได้หรือไม่ หากยังไม่เคยอาศัยอยู่ด้วยกัน?
ได้ การที่คู่รักยังไม่เคยอาศัยอยู่ร่วมกัน ไม่ได้เป็นข้อห้ามในการยื่นขอ Partner Visa อย่างไรก็ตาม ผู้สมัครจะต้องแสดงหลักฐานว่าความสัมพันธ์เป็นความสัมพันธ์ที่แท้จริง (Genuine) และยังคงดำเนินต่อเนื่อง (Continuing)
สำหรับคู่รักแบบ De Facto โดยทั่วไปจะต้องมีความสัมพันธ์ต่อเนื่องมาแล้วอย่างน้อย 12 เดือน ก่อนยื่นคำขอ หรือได้จดทะเบียนความสัมพันธ์ตามกฎหมายของรัฐหรือดินแดนในออสเตรเลีย
สำหรับคู่สมรสที่จดทะเบียนสมรสแล้ว จะไม่อยู่ภายใต้ข้อกำหนด 12 เดือนดังกล่าว
หากยังไม่เคยอาศัยอยู่ร่วมกัน ควรจัดเตรียมหลักฐานที่ครอบคลุมทั้งด้านการเงิน การใช้ชีวิตร่วมกัน ความสัมพันธ์ทางสังคม และความมุ่งมั่นต่อกัน เพื่อสนับสนุนคำขอวีซ่า
ค่าธรรมเนียม Partner Visa Australia ในปี 2026 เท่าไร?
ค่าธรรมเนียมการยื่นคำขอพื้นฐานในปี 2026 คือ AUD $11,700 ซึ่งครอบคลุมทั้งขั้นตอนวีซ่าชั่วคราว (Subclass 309 หรือ 820) และการพิจารณาวีซ่าถาวร (Subclass 100 หรือ 801)
Department of Home Affairs อาจมีการปรับค่าธรรมเนียมเป็นประจำทุกปี โดยมักมีผลประมาณวันที่ 1 กรกฎาคม
นอกจากค่าธรรมเนียมการยื่นคำขอแล้ว ผู้สมัครอาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม เช่น
- ค่าตรวจสุขภาพ
- ค่าหนังสือรับรองประวัติอาชญากรรม (Police Certificates)
- ค่าแปลเอกสาร
- ค่าใช้จ่ายสำหรับผู้ติดตาม (หากมี)
โดยในหลายกรณี ผู้สมัครควรวางแผนงบประมาณรวมประมาณ AUD $16,000–18,000 ทั้งนี้ ค่าใช้จ่ายจริงอาจแตกต่างกันไปตามสถานการณ์ของแต่ละบุคคล
จำเป็นต้องแต่งงานก่อนหรือไม่ จึงจะยื่น Subclass 309 ได้?
ไม่จำเป็น
วีซ่า Partner Visa Subclass 309 เปิดให้ทั้งผู้ที่จดทะเบียนสมรสและคู่รักแบบ De Facto ของพลเมืองออสเตรเลีย ผู้มีถิ่นพำนักถาวร หรือพลเมืองนิวซีแลนด์ที่มีคุณสมบัติตามเกณฑ์
ผู้สมัครแบบ De Facto โดยทั่วไปต้องแสดงว่าความสัมพันธ์ดำเนินมาแล้วอย่างน้อย 12 เดือน ก่อนยื่นคำขอ เว้นแต่ความสัมพันธ์ได้รับการจดทะเบียนตามกฎหมายของรัฐหรือดินแดนในออสเตรเลีย
สำหรับผู้ที่จดทะเบียนสมรส จะต้องมีใบสำคัญการสมรสที่ได้รับการยอมรับตามกฎหมายของออสเตรเลีย
จะพิสูจน์ได้อย่างไรว่าความสัมพันธ์เป็น "Genuine and Continuing"?
Department of Home Affairs จะพิจารณาหลักฐานความสัมพันธ์ใน 4 ด้านหลัก ได้แก่
- ด้านการเงิน (Financial Aspects) เช่น บัญชีธนาคารร่วม ค่าใช้จ่ายหรือภาระทางการเงินที่ใช้ร่วมกัน
- ลักษณะการใช้ชีวิตร่วมกัน (Nature of the Household) เช่น ที่อยู่ร่วมกัน การแบ่งหน้าที่และความรับผิดชอบภายในครอบครัว
- ด้านสังคม (Social Aspects) เช่น การได้รับการยอมรับจากครอบครัวและเพื่อน การเดินทางหรือการเข้าร่วมกิจกรรมร่วมกัน
- ความมุ่งมั่นต่อความสัมพันธ์ (Nature of Commitment) เช่น ระยะเวลาความสัมพันธ์ ความเข้าใจในชีวิตของกันและกัน และแผนการใช้ชีวิตร่วมกันในอนาคต
โดยทั่วไป การมีหลักฐานที่ครบถ้วนและสอดคล้องกันทั้ง 4 ด้าน จะช่วยให้เจ้าหน้าที่สามารถประเมินความสัมพันธ์ได้อย่างรอบด้าน
หาก Partner Visa ถูกปฏิเสธ จะมีทางเลือกอะไรบ้าง?
หากคำขอ Partner Visa ถูกปฏิเสธ ผู้สมัครบางรายอาจมีสิทธิ์ยื่นคำขอทบทวนคำตัดสินต่อ Administrative Review Tribunal (ART) ภายในระยะเวลาที่กำหนด ซึ่งโดยทั่วไปอาจเป็น 21 วัน ทั้งนี้ ระยะเวลาที่ใช้ได้จริงควรอ้างอิงจากหนังสือแจ้งผลการพิจารณาที่ได้รับ
ART จะพิจารณาคำขอใหม่โดยอาศัยข้อเท็จจริงและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
โปรดทราบว่า ค่าธรรมเนียมการยื่นคำขอวีซ่าโดยทั่วไปไม่สามารถขอคืนได้ หากวีซ่าถูกปฏิเสธ
ทั้งนี้ ทางเลือกหลังการปฏิเสธจะขึ้นอยู่กับเหตุผลของแต่ละกรณี ซึ่งอาจรวมถึง
- การยื่นอุทธรณ์ต่อ ART (หากมีสิทธิ์)
- การยื่นคำขอใหม่เมื่อมีหลักฐานเพิ่มเติม
- การพิจารณาช่องทางวีซ่าประเภทอื่นที่เหมาะสม
ผู้ให้คำปรึกษาด้านกฎหมายตรวจคนเข้าเมืองหรือผู้รับจดทะเบียนเป็นตัวแทนด้านการย้ายถิ่นฐาน (Registered Migration Agent) สามารถให้คำแนะนำเกี่ยวกับแนวทางที่เหมาะสมตามข้อเท็จจริงของแต่ละกรณีได้
หมายเหตุ: การให้คำปรึกษาและการจัดเตรียมคำขอวีซ่าช่วยให้ผู้สมัครมีความพร้อมมากขึ้น แต่ไม่สามารถรับประกันผลการอนุมัติวีซ่าได้ เนื่องจากการพิจารณาวีซ่าเป็นอำนาจของ Department of Home Affairs โดยพิจารณาจากข้อเท็จจริงและหลักฐานของผู้สมัครแต่ละราย ค่าธรรมเนียมและระยะเวลาพิจารณาที่ระบุอาจเปลี่ยนแปลงได้
CONTACT US